– Why
เริ่มต้น start with why ทำไมเราถึงจะอ่านหนังสือเล่มนี้
อ่านเอาไปใช้งานต่อ เช่น แก้ปัญหา ทำการบ้าน เริ่มลงทุน
อ่านเพิ่มความรู้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปใช้อะไร
– What
ต่อมาค่อยถามว่าจะอ่านอะไร ก็ขึ้นอยู่กับว่า เรื่องที่เราจะอ่าน เร่งด่วนขนาดไหน
ช่วงนี้ไม่มีงานก็อ่านเพื่อความบันเทิง หรือ ช่วงนี้มีปัญหาต้องรีบแก้ไข
– When
จะอ่านเช้า สาย บ่าย ดึก ขึ้นกับว่า เราต้องจำเนื้อหาได้มากน้อยขนาดไหน
ถ้าเรื่องนั้นต้องใช้สมาธิ ก็ต้องอ่านตอนที่สมองดีๆ หรือถ้าอ่านชิลแบบอ่านแล้วหลับไปเลย จะตอนไหนก็ได้
รวมถึงอ่านตอนที่เป็นเศษเวลา คือ เวลาสั้นๆที่เราจะหยิบมือถือขึ้นมา ให้มาอ่านหนังสือแทน
– Where
อันนี้เป็นตัวตัดสิน ว่าจะอ่านได้มากน้อยขนาดไหน ถ้าเราอ่านได้ทุกที่ เราจะมีเวลาอ่านได้เยอะขึ้น
บนเตียง ห้องน้ำ บนรถ หน้าลิฟท์ ป้ายรถ ร้านอาหาร เป็นเรื่องเดียวกับใช้เศษเวลาในการอ่าน คือ ทุกที่ ทุกเวลา
– How
กลับมาที่ว่าอ่านเพื่ออะไร ส่วนตัวถ้าจะอ่านให้จำ ต้องขีด ต้องเขียน ซึ่งมีหลายเทคนิค
ส่วนตัวใช้ขีด และเขียน โดยจะเขียน ทั้ง สรุป, to do,question, idea ในปกหน้า หรือปกหลัง(เพราะถ้าเขียนไว้ในหน้านั้นๆ จะหาไม่ค่อยเจอ)
ถ้าได้นั่งอ่านเป็นที่ก็จะมี post-it เสริมขึ้นมา
ขอบคุณทาง นัดพบเครื่องเขียน สำหรับเครื่องเขียนดีๆครับ
– Whom
อ่านเสร็จแล้ว จะไปเล่าให้ใครฟัง จะเป็นพูด เขียน หรือ discuss เพื่อที่จะได้จำเนื้อหานั้นๆได้
…
หมายเหตุ
– หนังสือทุกชนิด มีประโยชน์เสมอ ในแง่มุมใดมุมหนึ่งเสมอ
– แม้จะยังตอบไม่ได้ ว่าจะอ่านเล่มนี้ทำไม จะซื้อไปก็ไม่ใช่เรื่องผิด
– อ่านหนังสือ Non fiction แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก : อ่านเพื่อความรู้ใหม่ กับอ่านเพื่อย้ำความรู้เดิม
– จะอ่านเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบ ก็กลับมาว่าจะอ่านทำไม ถ้าเป็นงาน แม้ไม่ชอบ ก็ต้องอ่าน
– จะอ่าน ด้วย technique Podomoro ก็ได้ สำหรับเริ่มต้น แต่ถ้าเข้า flow state ไปแล้ว ก็ปล่อยไหลไป
